“นักวิชาการ”ผ่ามุมมองปมร้อน”โค่นล้มรัฐบาล”

ขอบคุณข้อมูลจาก : มติชนออนไลน์

politics-news-170715-4

กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับ “บิ๊กเยิ้ม” พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ดีๆ ออกมาเปิดประเด็นระบุว่า การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงวันที่ 15-17 กรกฎาคมนี้ มีกลุ่มค้ายาเสพติด กลุ่มค้าน้ำมันเถื่อน กลุ่มก่อการร้าย และกลุ่มการเมือง ต้องการเคลื่อนไหว เพราะหากมีความรุนแรง งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่มากขึ้น
“พร้อมทั้งมีพรรคการเมือง 2 พรรคเป็นผู้สนับสนุนทุนทรัพย์ รวมถึงเตรียมจัดตั้งแกนนำ รวบรวมคนในอัตรา 1 ต่อ 100 คน ให้ได้อย่างน้อย 1 ล้านคน โดยมีประชาชนจากภาคใต้เป็นกองหน้าและกองหลัง ส่วนประชาชนจากภาคอีสานเป็นกองกลาง เพื่อเข้ามาชุมนุมโค่นล้มรัฐบาลในกรุงเทพฯ” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุ 

จนทำให้สังคมจับตาว่า การออกมาพูดดังกล่าว มีการเคลื่อนไหวก่อเหตุจากกลุ่มการเมืองจริง หากไม่เป็นไปตามนั้น จะมีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือไม่ 

สำหรับมุมมอง นักวิชาการรัฐศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง อย่างรศ.สุขุม นวลสกุล มองประเด็นนี้ว่า ถือเป็นการเขียนบทหนังโดยที่ไม่มีวันได้ฉาย เป็นการเขียนบทโดยผู้ที่ออกมาให้ข่าว เพราะในความเป็นจริงไม่มีความเป็นไปได้แน่นอน เพราะจะมีใครหน้าไหนที่สามารถระดมมวลชน 1 ล้านคนเพื่อล้มรัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สิ่งเดียวที่สามารถสั่นคลอนรัฐบาล “บิ๊กตู่” ได้ ก็คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ จะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นแรงบีบจากต่างชาติเรื่องความไม่เป็นประชาธิปไตย หรือการเคลื่อนไหวของนักศึกษาหรือนักกิจกรรม รัฐบาลมีวิธีการจัดการที่ดี และเรื่องเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาล ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงปัญหาประมงผิดกฎหมาย การชี้แจงกรณีส่งชาวอุยกูร์กลับจีน 

รศ.สุขุมยังมองด้วยว่า การที่อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อยู่ขณะนี้ ออกมาปูดข่าวดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง อย่างที่มีการระบุว่า นักการเมืองเตรียมระดมมวลชนกว่า 1 ล้านเพื่อล้มรัฐบาล ประเด็นนี้เห็นว่าที่ผ่านมาในช่วงของการปิดเทอมยาวของนักการเมือง มีความเคลื่อนไหวกันโดยปกติ เพราะนักการเมืองจะต้องเข้าหาประชาชน ขณะเดียวกันสายสัมพันธ์ระหว่างนักการเมืองในพื้นที่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการเมืองใด เป็นสายสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด แม้จะเป็นคู่แข่งกันก็ตาม

รศ.สุขุมอธิบายว่า ไม่อยากให้ สปช.มองนักการเมืองเป็นศัตรู เพราะที่ผ่านมาในระหว่างที่ คสช.เข้ามาควบอำนาจนักการเมืองส่วนใหญ่ก็ต่างเคลื่อนไหวอย่างสันติวิธี แม้จะมีบางคนที่ออกมาแสดงความเห็นวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง แต่มันก็เป็นแค่ความเห็นเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อไหร่ที่ผู้มีอำนาจคิดอยากกำจัดนักการเมืองให้สิ้นสิ้นซาก เมื่อนั้นความวุ่นวายครั้งใหม่จะเกิดขึ้น

ส่วนมุมมอง นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี มองประเด็นนี้ว่า พื้นที่เฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เท่าที่ตนทราบมา เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะปัญหาในพื้นที่คือเรื่องอุดมการณ์ ความแตกต่างทางศาสนา และชาติพันธุ์ เป็นหลัก ซึ่งก็เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการในการแก้ปัญหาอย่างมีความต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว และประชาชนเองก็มีความพึงพอใจในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้มากพอสมควร จึงคิดว่าการระดมคนเพื่อล้มรัฐบาลจึงเป็นไปไม่ได้เลย
ส่วนโอกาสที่จะทุ่มเงินเพื่อระดมคนในพื้นที่ภาคใต้ออกไปโค่นล้มรัฐบาล นายศรีสมภพอธิบายว่า ต้องประเมินจากประเด็นปัญหา ไม่ว่าจะในเรื่องของยาง ปาล์ม ฯลฯ ถือว่าเป็นเงื่อนไขอยู่ แต่การระดมคนจำนวนขนาดนั้นยังไม่เห็น เพราะถ้าพูดถึงความนิยมในรัฐบาลทหารในพื้นที่ภาคใต้เราก็เห็นว่ามีมากอยู่ แต่การที่จะระดมคนในภาคใต้ออกไปโค่นรัฐบาลนั้น ผมคิดว่าคงยากเหมือนกัน เพราะรัฐบาลนี้เองก็ขับเคลื่อนแนวความคิด และนโยบายต่างๆ ให้กับคนภาคใต้มากอยู่แม้อาจจะมีคนผิดหวังในบางเรื่อง เช่น เรื่องการจัดสรรทรัพยากร หรือเรื่องพลังงาน อยู่บ้าง แต่ในภาพรวมคงไม่ใช่ปัญหาที่จะเป็นการจุดชนวนได้ขนาดนั้น ทั้งนี้ ในส่วนของนักการเมืองในพื้นที่ภาคใต้เองก็ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับรัฐบาลปัจจุบันแต่อย่างใด

COMMENTS