ทำไม? ‘ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์’แนะ ยุบกองทัพ สร้างสันติวิธีระหว่างประเทศ

ศ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาในงานครบรอบ 70 ปี วันสันติภาพไทย เรื่องพื้นที่สันติวิธี/หนทางสังคมไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ ได้ตั้งคำถามว่า”พื้นที่สันติวิธีอยู่ที่ไหน?” โดยใช้ชุดคำตอบ คือ พื้นที่สันติวิธีอยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งและบ่อยครั้งพื้นที่สันติวิธีปรากฏขึ้นในพื้นที่แห่งความรุนแรง โดยหาคำตอบผ่านงานวิจัยในพื้นที่ต่างๆ และต่อยอดความคิดว่าการขยายพื้นที่สันติวิธีจะมีความสัมพันธ์กับอนาคตของสังคมไทยหรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ได้กล่าวถึงงานของEdward Said ปัญญาชนชาวปาเลสไตล์ ว่า การให้ความสำคัญกับภูมิศาสตร์สำคัญต่อสันติภาพ เพราะ เป็นการตั้งคำถามว่า เราอยากสร้างโลกให้เป็น”บ้าน”แบบไหน และพิจารณาหนทางที่การศึกษาภูมิศาสตร์ชี้นำความสนใจของเรา นำไปสู่พลังและศักยภาพของสรรพสิ่งที่อาจเป็นคุณหรืออุปสรรคต่อการพยายามสร้าง”บ้าน”ที่พึงปรารถนา ผ่านคำว่า”สถานที่”(places)และในสภาวะกายภาพที่มนุษย์ดำรงอยู่และประสบการณ์ชีวิต จึงแตกต่างจาก”พื้นที่”ซึ่งมีความเป็นนามธรรมมากกว่าและดูเหมือนจะไม่เอื้อต่อการผจญภัยด้วยประสบการณ์ของตนอีกทั้งมีความสัทพันธ์กับวิสัยทัศน์(vision) ประสบการณ์รูป เสียง และรสนิยม จึงเป็นพื้นที่ปรากฏการณ์เชิงวาทกรรม(discursive phenomenon) เพราะ”พื้นที่”ปรากฏขึ้นจากวิธีที่”สถานที่”นั้นถูกให้ความหมาย จึงมีผลและเป็นผลจากความคิดจิตใจตลอดจนปฏิบัติการของมนุษย์ที่มีขีวิตอยู่

ศ.ชัยวัฒน์ เห็นว่า “สันติวิธี”ในแวดวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นเข้าใจได้ไม่ยากนักเพราะเชื่อกันมานานว่า การป้องกันประเทสนั้นทำได้ 2 วิธี คือการใช้วิธีการทางการทูตด้วยการเจรจาและอื่นๆกับการใช้วิธีการทางทหาร คือ การทำสงคราม ซึ่งแนวทางสันติวีเป็นแนวทางที่เก่าแก่ที่ใช้เป็นทางเลือกในการเผชิญภัยทางสังคมการเมืองหรือแก้ปัญหาส่วนตัวนานาชนิดมานับพันปีแต่ในคริสต์ศตวรรษที่แล้ว “มหาตมะ คานธี” ผู้นำทางการเมืองของอินเดียได้ใช้วิธีการนี้ในการต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษในปีค.ศ.1947 ผ่านวิธีการที่ไม่เกลียดฝ่ายตรงข้าม ไม่มุ่งทำร้ายสายสัมพันธ์แห่งชีวิต แม้จะเป็นฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับตนทั้งกายภาพและทางจิตใจ เป็นการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและหากเกิดความรุนแรงขึ้นฝ่ายผู้ใช้ก็จะต้องยอมรับความทุกข์ทรมานเสียเอง

สำหรับสังคมไทยคำว่า“สันติวิธี”ดูจะแพร่หลายครอบคลุม แนวคิดและหนทางปฏิบัติหลายแนวไม่ว่าจะเป้นแนวทางสันตินิยมที่เน้นการต่อต้านสงคราม แนวทางการจัดการความขัดแย้งที่สนใจ การพูด การเจรจาไกล่เกลี่ย ประชาเสวนา หรือการใช้กระบวนการศาลหรือแนวทางการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สันติวิธียังมีปัญหาอยู่บ้างโดยเฉพาะในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับวิธีการ เพราะบางคนเห็นว่าสินติวิธีอยู่โดยขึ้นต่อเป้าหมาย หมายความว่า ต้องใช้สันติวิธีเพื่อเป้าหมายที่ดีเป็นธรรม โดยผู้คนที่เสียเปรียบถูกรังแกเท่านั้น แม้ในกลุ่มนี้บางฝ่ายก็เห็นว่าเป้าหมายของสันติวิธีต้องมุ่งสุ่การเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถึงรากถึงโคนในรับโครงสร้างเท่านั้นแต่อีกฝ่ายมองว่าไม่จำเป็น เพราะใช้สินติวิธีเพื่อให้บรรลบุเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงสำคัญ เช่นการประท้วงอาวุธนิวเคลียร์ หรือขัดขวางการล่าปลาวาฬในมหาสมุทรก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ หลายคนมองว่าความสำคัญของสันติวิธีอยู่ที่ “วิธีการ”(instrumentality) เมื่อเลือกสันติวิธีเป็นหนทางย่อมส่งผลต่อเป้าหมายที่ตนมุ่งไป เช่น หากประเทศๆหนึ่งตัดสินใจว่าจะใช้สันติวิธีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างจริงจัง ก็ย่อมหมายความว่าประเทศนั้นควรต้องตัดสินใจยกเลิกกองทัพและเมื่อไม่มีกองทัพก็ไม่ต้องจัดสรรให้มีงบประมาณทหารในแต่ละปีดังนั้นก็จะมีทรัพยากรเหลือไปพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ เช่น ในประเทศคอสตาริกา (และประเทศอื่นๆอย่างน้อย 26ประเทศเมื่อต้นศตวรรษนี้)

ขณะเดียวกัน ศ.ชัยวัฒน์ ได้ยกตัวอย่าง “พื้นที่สันติวิธีที่อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้ง-ความรุนแรง” เช่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทหารไม่ยอมให้มโนสำนึกของตนยินยอมต่อกับคำสั่งที่ไม่เห็นด้วยหลังสั่งให้เป็นเพชรฆาต จึงใช้วิธีการเล็งปืนผิด เพื่อไม่เป็นการฆ่าคน เป็นอีกวิธีการต่อต้านขัดขืนคำสั่ง อีกทั้งในปัจจุบันมีกฎหมายคำสั่งคุ้มครองผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หากคำสั่งไม่ชอบธรรม

COMMENTS