กล้องเพิ่มฟีเจอร์ “มุ้งมิ้ง” หวังทวงคืนตลาดจากสมาร์ทโฟน

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

StyleCapture_2015-06-27_18-36-01_574
ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความนิยมถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนได้กัดเซาะตลาดกล้องดิจิทัลด้วยการดึงฐานผู้ ใช้กล้องคอมแพ็กต์ซึ่งเดิมเป็นฐานใหญ่ของตลาดออกไปจนมูลค่าตลาดกล้องลดลง อย่างต่อเนื่องและรุนแรงจากกว่า7 พันล้านในปี 2556 เหลือเพียงประมาณ 5 พันล้านบาทในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้ผลิตกล้องและเชนร้านกล้องต่างเริ่มเดินแผนแก้เกม ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้หันมาใช้กล้องมิเรอร์ เลสและคอมแพ็กต์ไฮเอนด์เพื่อหวังดึงฐานผู้บริโภคและเม็ดเงินกลับคืนมายัง ตลาดกล้องอีกครั้งส่งผลให้ตลาดกล้องที่อยู่ในช่วง“ขาลง”อย่างต่อเนื่อง เริ่มนิ่งและมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากล้องมิเรอร์เลสและกล้องคอมแพ็กต์ ระดับไฮเอนด์ที่สูงระดับ 1 หมื่นบาทขึ้นไป ได้รับการตอบรับจากตลาดมากขึ้น และน่าจะสามารถทดแทนมูลค่าของคอมแพ็กต์ระดับล่างที่หายไปได้บ้าง

“ธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มูลค่าตลาดกล้องปีนี้จะลดลงจาก 5 พันล้านบาทเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการหดตัว 30% ในปี 2557 โดยมีปัจจัยบวกจากแบรนด์กล้องที่ต่างหันมาเน้นทำตลาดกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน ด้วยกล้องมิเรอร์เลสและคอมแพ็กต์ระดับไฮเอนด์ที่มีฟังก์ชั่นสนับสนุนการถ่ายเซลฟี และแชร์ภาพซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มนี้ เช่น หน้าจอหมุนมาด้านหน้า และโปรแกรมตกแต่งภาพ เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนอัพเกรดตัวเองมาใช้กล้องมิเรอร์เลสและคอมแพ็กต์ระดับไฮเอนด์

นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว กิจกรรมเวิร์กช็อปและทริปถ่ายภาพยังเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญ ทั้งเพื่อนำเสนอฟังก์ชั่นของสินค้า และช่วยให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้กล้อง รวมไปถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้งานนำไปสู่การซื้อซ้ำ คาดว่าสิ้นปีสัดส่วนมูลค่ากล้องมิเรอร์เลสและดีเอสแอลอาร์จะขยับมาใกล้เคียงกันที่ 30%-35% ส่วนกล้องคอมแพ็กต์มีสัดส่วน 20%-30%

สำหรับบริษัทเองได้ปรับตัว ด้วยการเทรนพนักงานเพื่อจำหน่ายกล้องระดับไฮเอนด์ทั้งมิเรอร์เลสและคอมแพ็กต์ หลังจากปีที่แล้วได้ปรับไลน์สินค้าในร้านมาเน้นสินค้าทั้ง 2 กลุ่ม ร่วมกับอุปกรณ์เสริมเพื่อรองรับผู้ใช้กล้องมิเรอร์เลสที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ร่วมถึงยังคงใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่า และกระตุ้นการซื้อซ้ำ เช่น จัดเวิร์กช็อปและทริปถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง คาดว่ารายได้ปี 2558 จะอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท เติบโต 10% จากปีก่อน

14352130581435326142l
สอดคล้องกับ “สิทธิเวช เศวตรพัชร์” ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิทัลอิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ยอดขายกล้องมิเรอร์เลสสูงกว่ากล้องดีเอสแอลอาร์แล้ว พร้อมตั้งเป้าดึงผู้ใช้สมาร์ทโฟน รวมถึงกล้องชนิดอื่นให้หันมาใช้กล้องมิเรอร์เลส และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดกล้องมิเรอร์เลสจาก 35% ในปัจจุบันเป็น 50% ด้วยการเน้นทำตลาดกล้องตระกูล “เอ็กซ์ซีรีส์” ทั้งมิเรอร์เลสและคอมแพ็กต์ไฮเอนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มีจุดขายเหนือกว่าสมาร์ทโฟน เช่น รุ่น X-T10 ที่ชูนวัตกรรมความเร็วในการโฟกัสภาพ หรือการพับจอมาด้านหน้าเพื่อถ่ายเซลฟีในรุ่น X-A2 ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี

รวมถึงมีกำหนดเปิดตัวกล้องระดับบนช่วงปลายปีนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์การเป็นกล้องโปรสำหรับดึงดูดกลุ่มผู้ใช้กล้องดีเอสแอลอาร์ อีกทั้งยังจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและทริปถ่ายภาพ เช่น FUJIFILM Photo Rally II และ FUJIFILM X-Treme Photo Trip ด้วยงบฯการตลาด 100 ล้านบาท เพื่อเป้ารายได้ไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท

ด้านแคนนอน “วรินทร์ ตันติพงศ์พานิช” ผู้อำนวยการอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน และผู้ใช้ระดับบนเช่นกัน ด้วยการชูจุดขายที่ไม่มีในสมาร์ทโฟน เช่น การซูมภาพในกล้องคอมแพ็กต์ นวัตกรรมกันการสั่นไหวในกล้องดีเอสแอลอาร์ รวมถึงกล้องสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์โดยเฉพาะเป็นจุดขายเจาะกลุ่มผู้ใช้ระดับบน พร้อมปรับไลน์อัพเน้นคอมแพ็กต์ราคา 7 พันบาทขึ้นไป และยกเลิกการผลิตกล้องคอมแพ็กต์ราคาต่ำกว่า 2,000 บาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนบริษัทจึงไม่สามารถคาดการณ์รายได้ชัดเจนได้ แต่ยังตั้งเป้าที่จะรักษาส่วนแบ่งตลาด 60% เท่ากับปีที่แล้ว

อย่าง ไรก็ตาม เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังและการสนับสนุนของภาครัฐในช่วงไฮซีซั่นปลายปียังคง เป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่าตลาดกล้องจะฟื้นตัวตามที่หลายฝ่ายคาดไว้หรือไม่