ผู้นำยูโรโซน บรรลุข้อตกลง ไฟเขียวเงินช่วยงวดที่3 กู้วิกฤตกรีซ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

economy-news-13072015-03

บีบีซีรายงานล่าสุด (วันที่ 13 ก.ค.) ว่า ผู้นำกลุ่มยูโรโซนมีมติเป็นเอกฉันท์ “อนุมัติ” แพ็กเกจเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลกรีซเป็นงวดที่ 3ให้ หลังใช้เวลาเจรจาต่อรองนานถึง 17 ชั่วโมง โดยนาย โดนัลด์ ทัสก์ประธานสหภาพยุโรป เป็นผู้ออกคำแถลงการณ์

“ในที่ประชุมผู้นำยูโรโซนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้หลักการในการรักษาเสถียรภาพยุโรปด้วยการจัดแพ็กเกจช่วยเหลือทางการเงินให้แก่กรีซ โดยมีเงื่อนไขปฏิรูปที่เข้มงวด” ทัสก์กล่าว

ขณะที่ด้านนายอเล็กซิส ไซปราส (AlexisTsipras) นายกรัฐมนตรีของกรีซ กล่าว “มันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก”ขณะนี้กรีซอยู่ในช่วงปลอดภัยแล้ว ซึ่งแพ็กเกจเงินช่วยเหลือ จำนวน 3,500ล้านยูโร จะนำไปปรับโครงสร้างหนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

หลังจากที่ผู้นำกลุ่มยูโรโซน 19 ประเทศใช้เวลา เพื่อผลักดันข้อตกลงกู้วิกฤตหนี้กรีซหลังยื่นคำขาดให้เอเธนส์ยอมรับแผนปฏิรูปการคลังอย่างเข้มงวด หรือไม่ ก็เสนอให้กรีซเป็นชาติแรกที่ถูกขับออกจากกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินยูโร

นับจากนี้ไปกรีซต้องเร่งผลักดันร่างกฏหมายปฏิรูปหนี้สินผ่านรัฐสภาให้แล้วเสร็จภายในวันพุธที่15 ก.ค.นี้ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือโดยในกรณีที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทางเยอรมนีได้เสนอให้กรีซออกจากกลุ่มยูโรโซนเป็นการชั่วคราว

โดยนายไซปราสมองว่า “แม้การจัดการอาจเป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องหันไปพึ่งทรัพย์สินของประเทศอื่นแต่เราต้องพยายามเร่งร่างแผนปฏิรูป เพื่อบีบรัดทางการเงินของกรีซและเพื่อป้องกันการล่มสลายของระบบธนาคารภายใน”

โดยรัฐบาลกรีซจะต้องปฏิบัติให้ได้ตามเงื่อนไขที่วางไว้ อย่างไรก็ดีผู้นำยุโรปบางท่านยังเตือนว่า ข้อตกลงที่ได้ยังเป็นเพียง “พิมพ์เขียว” เพราะในกลุ่มยูโรโซนเองยังมีหลายทัศคติที่ยังไม่ตรงกันอยู่มากอันเนื่องมาจากความดื้อของกรีซตลอด 6 เดือนที่เจรจากันมา

“ยุโรปได้โรดแมปมาแล้วหลังจากนี้ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการนำไปปฏิบัติ” นายกรัฐมนตรี ทาวี รอยวาส แห่งเอสโตเนีย กล่าว

ด้านประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ โอลลองด์ (Francois Hollande) แสดงความเห็นว่า“ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการอนุมัติ เพราะเราจำเป็นต้องรักษาความสมบูรณื และแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

ฌอง-โคลดจุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่มีความเสี่ยง” ที่กรีซจะต้องหลุดจากกลุ่มปยูโรโซนอีกแล้วหลังจากเอเธนส์ตกลงรับเงื่อนไขที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ เสนอมา

ทั้งนี้ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเมื่อดูจากการเจรจาที่ผ่านๆ มา คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ทุกประเทศสมาชิกมีความไว้เนื้อเชื่อใจกรีซอย่างเคยซึ่งปัญหาตรงจุดนี้ กรีซเองต้องเป็นผู้พยายามปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด