สิ้นสุดทางเลือก… ไม่มีรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์

นโยบายการจัดระเบียบโดยการให้นำรถตู้โดยสารรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ย้ายไปอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิต เอกมัย และอื่น ๆ เพื่อความเป็นระเบียบและแก้ปัญหาจราจรติดขัดรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ภายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้

การแก้ปัญหานี้ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนัก
เนื่องจากอนุสาวรีย์ชัยฯกลายเป็นเซ็นเตอร์หลักในการเดินทางจากรอบ ๆ ชานเมืองเข้าสู่เมือง
โดยไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกันอยู่ที่ขนส่ง และการเดินทางต่อรถสาธารณะก็มีตัวเลือกหลายเส้นทาง
ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้

การเดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางคืออนุสาวรีย์ชัยฯ
ไม่ใช่แค่การเดินทางจากนอกเมืองเข้าสู่เมือง
แต่ยังเป็นการเดินทางจากนอกเมืองเข้าเมืองและออกนอกเมืองไปยังอีกฟากหนึ่ง
ซึ่งต้องยอมรับว่ามีความสะดวกสบาย เพราะเดินลงจากรถตู้อีกคันไปขึ้นอีกคันในบริเวณเดียวกันได้
แบบไม่ต้องเดินทางจากอีกมุมเมืองไปอีกมุมเมือง เพื่อต่อรถอีกมุมเมือง
ให้สลับซับซ้อนและเสียเวลามากนัก

 


การรวมศูนย์ที่เกิดขึ้นเองโดยรถตู้เอกชนที่ขนส่งประชาชนมาสิบกว่าปีบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยฯมีรถตู้โดยสารเดินทางไปทั้งทุกสารทิศทั้งทิศตะวันออกตะวันตกทิศเหนือทิศใต้และปริมณฑลเกือบทุกเส้นทางมีจุดรับส่งผู้โดยสารกว่า10
จุด รอบ ๆ บริเวณนั้น

การจัดให้รถตู้กระจายไปตามขนส่งก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถ บขส.
และคนต้องไปแออัดที่ขนส่ง กว่ารถจะเคลื่อนตัวออกมาได้ก็กินเวลานาน และต้องเสียเวลาต่อรถเข้าเมืองอีก
คงไม่ใช่เรื่องที่ผู้โดยสารรถตู้จะปลื้มอย่างแน่นอน

ตามที่ นายดรุณ แสงฉาย
รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมจัดระเบียบรถตู้ร่วมกับทหาร ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เป็นการจัดระเบียบในระยะที่ 3 คือนำรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 2
ซึ่งให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในรัศมีไม่เกิน 300 กม. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท
ขนส่ง จำกัด (บขส.) จำนวน 4,205 คัน ย้ายออกจากที่จอดรถบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
โดยต้องไปจอดภายในสถานีที่ บขส.จัดให้ 3 จุดเท่านั้น คือ สถานีขนส่งจตุจักร สถานีขนส่งสายใต้ใหม่
และสถานีขนส่งเอกมัย โดยจะเริ่มทดลองในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เพื่อดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เช่น การจราจร
เพื่อนำข้อมูลมาแก้ปัญหา จากนั้นจะประกาศดีเดย์ในวันที่ 25 ต.ค. โดยรถตู้หมวด 2 ทุกคันต้องไปจอดใน 3
สถานีเท่านั้น และห้ามจอดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯอีก
ซึ่งเจ้าหน้าที่จะออกตรวจจับปรับอย่างเข้มข้น

โดยกระทรวงคมนาคมได้มีการหารือร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)
เพื่อบริการรถบัสรับผู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยฯไปยังสถานีขนส่งทั้ง 3
แห่ง

แต่การต่อรถบัสเพื่อไปขึ้นรถตู้อีกทอดไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนักสำหรับคนเดินทางที่ต้องเร่งรีบ

ไหนจะต้องเสียเวลาต่อรถตู้โดยสาร แล้วยังต้องมาเสียเวลารอรถบัสอีก
และต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มอีก เพราะต้องต่อรถหลายต่อ
อันนี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชนคนเดินถนน

หากจะมองถึงความสะดวกสบายแล้ว
ในพื้นที่กรุงเทพฯไม่มีพื้นที่ไหนที่เชื่อมการคมนาคมขนส่งได้ดีเท่ากับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีกแล้ว

หากต้องย้ายคิวรถตู้ไปที่ขนส่งซึ่งขนส่งทั้ง3แห่งนั้นมีเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมกับระบบราง
คือสถานีขนส่งเอกมัย ที่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่อีกสองสถานีทั้งหมอชิตและสายใต้ใหม่
ยังไม่พบว่าจะมีขนส่งสาธารณะใดที่จะต่อเข้าใจกลางเมืองได้สะดวกสบายเลย

หากจะมีการจัดระเบียบจริง
ควรจะหาพื้นที่ที่รถสายเหนือ-ใต้-ตะวันออก-ตะวันตกสามารถเชื่อมกันได้
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้มีทางเลือกมากกว่าการไปแออัดอยู่ในขนส่งที่ต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มอีกหลายเท่าและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

อย่างน้อยพื้นที่ที่จะย้ายไปควรมีทางให้ผู้โดยสารต่อรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินเชื่อมนอกเมืองเข้าสู่เมืองได้สะดวกสบายกว่าการไปแออัดอยู่ที่สถานีซึ่งแท็กซี่ก็เรียกยากรถเมล์ก็น้อยแถมไม่มีระบบรางให้ใช้อีก

บอกได้คำเดียวงานนี้ผู้โดยสารร้องไห้หนักมาก

COMMENTS