ครม.อนุมัติปตท.ตั้งบริษัทลูกลุยธุรกิจที่อังกฤษ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

1472561165_201608301752311-20101207173036

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค. อนุมัติให้จัดตั้งบริษัทลูกของ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ โดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้คือบริษัท PTT International Trading London Ltd. โดยมีทุนจดทะเบียน 420,000 ปอนด์ หรือ 21 ล้านบาท
สำหรับขอบเขตการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะดำเนินการค้าปิโตรเลียม ปิโตรเคมี พลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ อันได้แก่ การค้า ซื้อขาย ผลิต กลั่น ขนส่ง ผสม แลกเปลี่ยนหรือดำเนินธุรกรรมอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องหรือสนับสนุนการค้าดังกล่าว ซึ่งดำเนินการอยู่ภายใต้นโยบายของบริษัท ปตท. แต่ขอยกเว้นการนำคำสั่ง กฎระเบียบ ข้อบังคับ มติ ครม. ที่ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจทั่วไปที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาใช้บังคับ แต่ให้บริษัทมีกฎระเบียบข้อบังคับใช้ปฏิบัติในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นของตนเอง และให้รวมถึงระเบียบวิธีการงบประมาณ การบริหรและการจัดการทาการเงินและบัญชี ตลอดจนการพัสดุ การบริหารบุคคลและการสรรหาบุคลาการโดยอิสระ
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงพลังงานได้รายงานให้ ครม. ทราบถึงเหตุผลที่บริษัท ปตท.ขอจัดตั้งบริษัทลูกดังกล่าวว่า เนื่องจาก ปตท. มีเป้าหมายในการเป็นบริษัทพลังงานไทยชั้นนำข้ามชาติ โดยมีหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหารายได้จากกรดำเนินธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย ควบคู่กับการขยายฐานการค้าไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งครอบคุลมตั้งแต่การจัดหา การนำเข้า การส่งออกและการค้าระหว่างประเทศของผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ทั้งนี้เดิมการค้าส่วนใหญ่อยู่ในตลาดภูมิภาคตะวันออกของโลก เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของความต้องการใช้พลังงานสูงอย่างต่อเนื่อง  แต่ขณะเดียวกันตลาดในภูมิภาคตะวันตกของโลกก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากการที่ประเทศสหรัฐฯ เปลี่ยนสถานะจากผู้นำเข้ามาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบของโลก ขณะที่สหภาพยุโรปก็ทยอยปิดกิจการเนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงจึงต้องนำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกที่มีโรงกลั่นใหม่ ขนาดใหญ่ มีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้น

1472561195_14437577881443757812l

นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจึงจำเป็นที่บริษัท ปตท. ต้องปรับกลยัทธ์การดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศจากเดิมที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเป็นหลัก ไปสู่การดำเนินการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันตกเพื่อดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศให้ครอบคลุมทั่วโลก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากโอกาสทางการค้าที่เพิ่มขึ้น มีการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกรู้สถานการณ์ตลาดโลกเพื่อการบริหารจัดการได้เหมาะสมกับสถานการณ์
“บริษัท ปตท. ตั้งเป้าหมายการตั้งบริษัทลูกที่ลอนดอน เพื่อดำเนินธุรกิจที่เป็นสากลเต็มรูปแบบ ครอบคลุมการค้าน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี การค้าพลังงานที่เกี่ยวข้องและการดำเนินธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องโดยมีเป้าหมายในการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่ครอบคลุมยุโรป แอฟริกา และอเมริกา  เพื่อนำรายได้กลับสู่ประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากการค้าและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทยด้วย โดย ปตท.คาดว่าบริษัทลูกจะมีกำไร 800 บาท ในระยะ 10 ปี ระหว่างปี 2559-2568” นายกอบศักดิ์ กล่าวและว่า พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้อนุมัติให้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และบริษัทในเครือที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้รับบกเว้นไม่ต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจัดตั้ง/ร่วมทุนและกำกับดูแลบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ

COMMENTS