สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือทำใจส่งออกลบ2%

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

1472561693_นพพร เทพสิทธา

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยว่า สภาฯมองส่งออกทั้งปี 2559 นี้จะหดตัวหรือติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แน่นอน นับตั้งแต่ปี 2556  ประเมินจากความสามารถในการส่งออกที่จะทำได้ในแต่ละเดือนที่เหลือจากนี้ หากแต่ละเดือนในครึ่งปีหลังส่งออกได้ 17,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะทำให้ครึ่งปีหลังส่งออก ติดลบ 2% และทั้งปีนี้จะติดลบ 2% เช่นกัน ส่วนกรอบการส่งออกที่สภาฯคาดการณ์ไว้ทั้งปีนี้ที่ ลบ 2 ถึง 0% นั้น ความเป็นไปได้ที่จะอยู่ที่ 0% ส่งออกแต่ละเดือนในครึ่งปีหลังต้องทำได้ไม่น้อยกว่า 18,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะยาก จากปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น
“ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ยังส่งผลต่อการส่งออกไทย ประกอบด้วยการชะลอตัวเศรษฐกิจโลก ซึ่งเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ลดการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือ 3.1% จาก 3.2% และความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึง ขณะนี้แข็งค่าขึ้น 4.41% เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว ค่าเงินเวียดนามทรงตัว และค่าเงินคู่แข็งอื่นๆ แข็งค่าน้อยกว่าเงินบาท และปัจจัยเสี่ยงใหม่คือ จีนเข้มงวดสินค้าที่ส่งเข้าไปจากไทย ผู้ส่งออกมีต้นทุนค่าพ่นฆ่าเชื้อตู้สินค้าเพิ่มอีกอย่างน้อย 4,000 บาทต่อตู้ เพราะองค์การอนามัยโลกจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาและเมอร์ส”นายนพพรกล่าว
นายนพพร กล่าวอีกว่า การส่งออกเดือนก.ค. 2559 มีมูลค่าเพียง 17,415 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ติดลบ 4.43% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมส่งออก 7 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่า 122,553 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ติดลบ 2% เมื่อพิจารณาตัวเลขเพื่อให้เห็นถึงศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมที่แท้จริง ด้วยหักการส่งออกทองคำยังไม่ขึ้นรูป ในเดือนกรกฎาคมที่ส่งออก 841 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 457.1% จะทำให้การส่งออกเดือนกรกฎาคม ติดลบ 8.29% และ 7 เดือนแรกติดลบ 5% จะเห็นว่าการส่งออกปีนี้สวนทางกับปีอื่นๆ เพราะปกติการส่งออกในไตรมาส 3 จะดีกว่าไตรมาส 2 และ 1 แต่การส่งออกปีนี้แนวโน้มไตรมาส 3 ดูสวนทางปีปกติ ซึ่งต้องรอลุ้นตัวเลขเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนปีนี้การขยายตัวส่งออกไตรมาส 1 และ 2 อยู่ที่ 0.9% และติดลบ 4.06% ตามลำดับ1472561710_201608301512361-20061002124344
ด้านนายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนก.ค.2559 หดตัว 5.1% ต่ำสุดในรอบ 2 ปี อยู่ที่ระดับ 103.36 จากช่วงเดียวกับปีก่อนอยู่ที่ระดับ 108.91 เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประกอบกับค่ายรถยนต์มีการปรับโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา และได้เร่งทำการตลาดทำให้กำลังซื้อรถยนต์เร่งตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ รวมทั้งการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดตะวันออกกลางลดลงจากผลกระทบราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้เดือนก.ค.ภาพรวมการผลิตรถยนต์ลดลง 8.41%
“จากปัจจัยดังกล่าวเชื่อว่าการหดตัวของเอ็มพีไอในเดือนก.ค.ที่ผ่านมาจะเป็นการหดตัวหรือพักการขยายตัวเพียงระยะสั้นเท่านั้น ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงอยู่ที่ 62.34% จากช่วงเดียวกับปีก่อนอยู่ที่ 66.43% แต่เดือนถัดๆ ไปไม่มีปัจจัยเรื่องวันหยุดยาว ทำให้ไตรมาส 3/2559 คาดเอ็มพีไอจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมในช่วงที่เหลือ 5 เดือนของปีนี้แนวโน้มเอ็มพีไอจะกลับมาเข้าสู่ภาวะปกติขยายตัวได้เดือนละ 2-3% ส่งผลให้เอ็มพีไอทั้งปีโตได้ 1-2%”นายวีรศักดิ์ กล่าว

COMMENTS