กยท.บุรีรัมย์ เตือน!! เลิกใช้“กรดซัลฟิวริก” หลัง 2 ค่ายล้อรถยักษ์ใหญ่ ส่อแบนไม่รับซื้อยางพาราอีสาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. นายดิษฐเดช  วัฒนาพร รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย หรือ (กยท.) จังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมระบุ ถึงกรณีที่มีกระแสข่าว 2 ค่ายยางล้อรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก “มิชลิน” และ “บริสโตน” ประกาศแบนไม่รับซื้อผลผลิตยางพาราในพื้นที่ภาคอีสานของไทย หลังพบมีการใส่ “กรดซัลฟิวริก” หรือ กรดกำมะถัน ในน้ำยาง เพื่อช่วยให้ยางเซทตัวเร็วขึ้นแต่ส่งผลต่อคุณภาพยางล้อรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วนั้น ว่าเป็นเพียงข้อมูลจากบริษัทที่รับซื้อยางพาราแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจาก 2 ค่ายยางรถยนต์ที่ถูกกล่าวอ้างถึง


แต่อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเพียงกระแสข่าวที่ไม่ว่าจะหวังผลอะไรก็ตาม ก็จะส่งผลกับปัจจัยเรื่องราคายางของภาคอีสาน ซึ่งทางกยท.ก็จะได้เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพราะปัจจุบันก็ประสบปัญหาราคายางตกต่ำอยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่าจากข้อมูลทางวิชาการซึ่งมีทดสอบแล้ว พบว่าการใช้ กรดซัลฟัวริก ในขั้นตอนการผลิตยางพารา ไม่ว่าจะเป็นยางแผ่น น้ำยางดิบ หรือยางก้อนถ้วยจะมีผลเสียมากกว่า เนื่องจากกรดซัลฟัวริกสกัดจากสารเคมีเมื่อนำไปใช้ก็จะออกฤทธิ์รุนแรง โดยเฉพาะหากใช้ในปริมาณที่เข้มข้นโดยไม่มีการนำไปผสมน้ำเพื่อเจือจางก่อนใช้ ก็จะมีผลต่อสุขภาพของผู้ใช้เอง รวมถึงเครื่องมือหรือเครื่องจักรก็จะสึกกร่อนเร็วขึ้น


ต่างจากการใช้กรดฟอร์มิก ในกระบวนการผลิตยางจะมีผลดีมากกว่า คือถนอมสุขภาพ เครื่องมือเครื่องจักร และสภาพแวดล้อม เนื่องจากกรดฟอร์มิก เป็นกรดที่สกัดจากธรรมชาติสามารถจะสลายตัวในธรรมชาติได้เร็ว ซึ่งที่ผ่านมาทางกยท. และสถาบันวิจัยยาง ก็พยายามรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหันมาใช้สารฟอร์มิกในการผลิตยางอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีเกษตรกรยางส่วนที่ยังใช้กรดซัลฟัวริกอยู่ เพราะมีราคาถูกกว่าฟอร์มิกเท่าตัวทั้งหาซื้อได้ง่าย


นายดิษฐเดช ยังกล่าวอีกว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นทางกทย. ก็จะได้เร่งรณรงค์ทั้งการให้ความรู้ ทำแผ่นพับแจกจ่าย เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรได้หันมาปรับเปลี่ยนการใช้กรดฟอร์มิก ในการผลิตยางพารา เพื่อให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดทั้งจะได้หารือกับกยท. สาขาในพื้นที่ต่างๆเพื่อจัดหากรดฟอร์มิกให้เกษตรกรผู้ปลูกยางเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และซื้อในราคาที่ไม่สูงมาก เพราะช่วยในเรื่องต้นทุนการผลิตยางแก่เกษตรกรในอีกทางหนึ่งด้วย

COMMENTS