จาตุรนต์ ขออย่าหวังปรองดองจากบิ๊กตู่ เชื่ออยู่แค่รักษาอำนาจ-ไร้ความเข้าใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : มติชนออนไลน์

do-not-expect-anything

 

“จาตุรนต์” อัด บิ๊กตู่ ไม่เคยเข้าใจคำว่า “ปรองดอง” เชื่อ ไม่ได้เข้ามาเพื่อขจัดความขัดแย้ง แต่ต้องการรักษาอำนาจไว้นานๆ

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าหวังการปรองดองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความเข้าใจเรื่องความขัดแย้งในสังคมและการปรองดอง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ เรียกว่าไม่เข้าใจเอาเสียเลย ไม่ว่าใครเอ่ยเรื่องปรองดองขึ้น พล.อ.ประยุทธ์จะพูดทันทีว่าอย่ามาพูดเรื่องนิรโทษ ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ใครผิดต้องมารับโทษเสียก่อน ความจริงไม่ได้มีสูตรตายตัวว่าการปรองดองแปลว่าต้องนิรโทษ และการนิรโทษแปลว่าจะทำให้เกิดปรองดอง แต่การปรองดองมีความหมายว่าในสังคมที่มีความขัดแย้งแตกต่างกันมากๆ จะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ไม่ใช้วิธีการนอกกฎหมายหรือนอกระบบเข้าห้ำหั่นกัน แต่สามารถแก้ไขความขัดแย้งด้วยการอาศัยกฎกติกาที่เป็นธรรมหาข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับ หากกฎกติกาไม่เป็นที่ยอมรับก็มีกลไกหรือวิธีการที่จะแก้กฎกติกานั้นให้ดีขึ้นและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

นายจาตุรนต์ ระบุว่า การปรองดองในความหมายนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายทุกคนในสังคม จะต้องคิดเห็นตรงกันหรือเหมือนกัน ตรงกันข้าม ผู้คนในสังคมอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายไม่มีขีดจำกัด แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติสุข สามารถใช้ความคิดที่หลากหลายสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคมได้อย่างดีด้วย น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย สังคมไทยจึงไม่อาจหวังอะไรจาก พล.อ.ประยุทธ์ได้ ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเสมอว่าเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมนั้น เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจและอยู่ในอำนาจไปให้ได้นานที่สุดเท่านั้น ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าคิดจะให้มีการพูดคุยกันอยู่ แต่ยังไม่ใช่เวลานั้น ผมคิดว่าฝากความหวังอะไรไม่ได้เลย เป็นเพียงการพูดให้ดูดีบ้างเท่านั้น ที่ผ่านมาไม่เคยมีการพูดคุยอย่างเท่าเทียมระหว่างผู้มีอำนาจกับผู้ที่เห็นแตกต่างเลยแม้แต่ครั้งเดียว กิจกรรมที่เคยจัดให้มีการพูดคุยกันบ้างเป็นเพียงการสร้างภาพที่แต่ละครั้งจะย้ำว่าขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.เท่านั้น เป็นการพูดคุยที่ฝ่ายผู้มีอำนาจไม่มีความจริงใจเลยแม้แต่น้อย

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า เรื่องการนิรโทษนั้นอาจพูดได้ว่านักการเมืองคงไม่สามารถเสนออะไรในเรื่องนี้ได้อีก จะเสนออย่างไรก็คงไม่มีผล เพราะสังคมยังมีความหวาดระแวงกับการนิรโทษสุดซอยที่เป็นความผิดพลาดและไม่เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ จึงป่วยการที่ฝ่ายการเมืองจะเสนอเรื่องนิรโทษขึ้นอีก แม้จะเป็นข้อเสนอที่แตกต่างจากเดิม เช่น การนิรโทษให้แก่ประชาชนที่เดือดร้อนก็ตามและขณะนี้ผมเชื่อว่าคงไม่มีนักการเมืองคนใดคิดจะเสนอเรื่องนี้อีก แต่การนิรโทษที่ทำได้ง่ายและไม่มีเสียงคัดค้านเท่าที่ควร กลับเป็นการนิรโทษให้ตัวเองของคณะรัฐประหารเกือบทุกคณะที่ผ่านมา ที่เลวร้ายกว่านั้น คือ การนิรโทษให้กับคณะ คสช.ทั้งในเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วและที่จะทำต่อไปในอนาคต สิ่งนี้มีบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะทำประชามติ คสช.จะทำอะไรก็ไม่เป็นความผิด แม้ทุจริตผิดกฎหมายอย่างไรก็ไม่มีใครตรวจสอบเพื่อเอาผิดได้ตามกระบวนการของกฎหมาย หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบในการลงประชามติ คสช.ก็จะยังมีอำนาจล้นฟ้าอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แถมทำอะไรก็ไม่ผิดกฎหมายใดๆ ด้วย นี่คือเหตุผลหนึ่งที่กล่าวได้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยและมีบทบัญญัติที่ขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง