วันนี้-รู้ผลศพที่ 4 หญิงถูกฆ่า วงจรปิดมัดจิมมี่ ปั่นจักรยานมุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว

ขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

วงจรปิดมัด”จิมมี่” จับภาพปั่นจักรยานบนวิภาวดีฯ มุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว-จุดพบศพที่ 4 ผบก.พฐ.ก็ยันดีเอ็นเอ จิมมี่ตรง 2 ศพ วันนี้รู้ผลตรวจโยงคดีฆ่าเหยื่อสาว หลังเช็กลายนิ้วมือ-ดีเอ็นเอจากเลือดติดบนร่มและหินใกล้ศพ ด้านผบช.น.ชี้ทุกคดีใช้วิธีฆ่าคล้ายกัน เป้าหมายก็กลุ่มเดียวกันด้วย

จากคดีฆ่าต่อเนื่อง 3 ศพในท้องที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ก่อนจับกุมนายจิมมี่ ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีนี้ แต่ยังให้การปฏิเสธ จากนั้นพบศพหญิงเร่ร่อนถูกฆ่าหมกใต้สะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าว ลักษณะคล้าย 3 ศพแรก ต่อมาผลตรวจดีเอ็นเอคราบเลือดบนเสื้อนายจิมมี่ ยืนยันตรงกับศพที่ 1 และ 3

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่บช.น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบถามผลการตรวจดีเอ็นเอจากกองพิสูจน์หลักฐานอย่างไม่เป็นทางการ พอสรุปได้ว่าพบดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตกับนายจิมมี่มีความสัมพันธ์กัน รวมถึงบริเวณเสื้อที่นายจิมมี่ใส่ยังพบดีเอ็นเอของผู้หญิง แต่ เจ้าหน้าที่ขอเลือดที่พบศพหญิงสาวใต้สะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวไปตรวจเช็กเพิ่มเติม รวมถึงนำหลักฐานคดีลุงยิ้มที่ถูกฆ่าในย่านพระรามหกไปตรวจสอบด้วย เนื่องจากวิธีการลงมือฆ่าคล้ายคลึงกัน โดยใช้วิธีมัดมือมัดเท้าแล้วใช้ไม้ตี ใช้มีดแทง อีกทั้งเหยื่อทั้ง 4 รายมีอาชีพเก็บขยะเหมือนกันด้วย แถมจุดเกิดเหตุอยู่ใต้สะพานเช่นกัน ซึ่งบางคดีมีพยานแวดล้อมทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงหลักฐานจากวงจรปิดและผลการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งจะปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่ได้

เมื่อถามว่าทราบชื่อเหยื่อสาวที่ถูกสังหารรายที่ 4 แล้วหรือยัง ผบช.น.กล่าวว่า อยู่ระหว่างเร่งรัดตรวจสอบ ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าเหยื่อสาวคือใคร ขณะนี้พอจะทราบสาเหตุแล้วและพอจะรู้ผู้ทำให้ตายคือใคร รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดช่วงเวลา 01.28 น. วันที่ 6 ต.ค. จับภาพนายจิมมี่กำลังขี่รถจักรยานภายในช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีฯ ฝั่งขาเข้า ผ่านหน้าฐานทัพอากาศดอนเมือง จากนั้นจับภาพได้อีกครั้งเวลา 02.52 น. บริเวณเลนทางด่วน ถนนวิภาวดีฯ ฝั่งขาเข้า ก่อนเชียงกงหลักสี่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.2 และสน.พหลโยธิน กำลังเร่งตรวจสอบวงจรปิดเพิ่มเติมตามเส้นทางที่นายจิมมี่ขี่รถจักรยานผ่าน โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกลาดพร้าวที่เป็นจุดพบศพหญิงสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ศานิตย์มีคำสั่งบันทึกข้อความเรื่องการดำเนินการกับ บุคคลวิกลจริต บุคคลขอทานและบุคคลเร่ร่อนไร้ที่พึ่ง ถึงทุกหน่วยในสังกัด โดยกำชับว่าหากพบบุคคลวิกลจริตที่มีภาวะอันตรายให้นำตัวส่งสถานบำบัดโดยไม่ชักช้า พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง มาช่วยเหลือ

ด้านพล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เปิดเผยว่า พยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่านายจิมมี่ก่อเหตุฆาตกรรมอย่างน้อย 2 ศพ หลังผลดีเอ็นเอจากคราบเลือดบนเสื้อผู้เสียชีวิต 2 รายใน จ.ปทุมธานี ยืนยันตรงกับนายจิมมี่ ส่วนศพหญิงรายที่ 4 อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ ทั้งดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ หลังพบคราบเลือดกระเซ็นติดก้านร่มและหินใกล้กับศพ นอกจากนี้ยังมีวัตถุพยานในที่เกิดเหตุถูกส่งมาตรวจกว่า 200 ชิ้น จึงต้องใช้เวลา แต่คาดว่าจะทราบผลเบื้องต้นในวันที่ 12 ต.ค. เช่นเดียวกับผลชันสูตรศพหญิงสาวรายที่ 4

“จากผลการตรวจพิสูจน์มีความเป็นไปได้ว่าผู้ต้องหาอาจเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากวิธีการก่อเหตุคล้ายกันและเป้าหมายเป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาความขัดแย้งหรือผู้ปัญหาทางจิต ส่วนคดีลุงยิ้มยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง เนื่องจากไม่พบคราบเลือดบุคคลอื่น” พล.ต.ต.ธวัชชัยกล่าว

ขณะที่นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า นายจิมมี่ถูกควบคุมตัวอยู่เรือนจำอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยได้เฝ้าระวังนายจิมมี่อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ จึงเกรงอาจถูกทำร้ายจากกลุ่มผู้ต้องขังด้วยกันที่ไม่พอใจ โดยให้อยู่กับ ผู้ต้องขังชั้นดีและไม่ได้ขังเดี่ยว

COMMENTS