รอวันถล่ม! พบโบถส์เก่าแก่อายุ 109 ปี ที่อุตรดิตถ์ ใกล้พังต้องใช้สลิง-เสาค้ำยัน ร้อง‘กรมศิลป์’เร่งบูรณะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : ข่าวสด

อุตรดิตถ์พบโบสถ์อายุเก่าแก่ถึง 109 ปี ศิลปะลาวเวียงจันทร์ สร้างจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เชื่อมโยงตำนานพระเวสสันดรชาดก “เมืองชูชก” ทรุดโทรมแยกปริแตกออกจากกันรอวันพังถล่มลงมา อาศัยลวดสลิงรัดยึดให้คงรูป สร้างความหวาดเสียวต่อผู้พบเห็น เรียกร้องกรมศิลปากรเร่งบูรณะด่วน หวั่นเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

201610101056345-20061209114651

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่วัดคลึงคราช หมู่ 4 บ้านเด่นสำโรง ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำน่าน ภายในวัดด้านหน้าวิหารหลวงพ่อพุ่ม จันทสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดคลึงคราช พระเกจิและพระนักเทศน์ชื่อดังของจังหวัดอุตรดิตถ์ พบอุโบสถเก่าแก่มีอายุถึง 109 ปี มีลักษณ์ทรุดโทรมมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

201610101056331-20061209114651

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โบสถ์ดังกล่าวมีลักษณะศิลปะแบบลาวเวียงจันทร์ หลวงพระบาง ตัวโบสถ์เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความกว้างประมาณ 8 เมตร ยาว 16 เมตร สูงเกือบ 10 เมตร มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว มีหน้าต่าง 2 ด้าน รวม 6 ช่อง มีสิงห์คู่ตั้งอยู่ด้านหน้าบันไดประตูทางเข้า หลังคามุงด้วยสังกะสี ตัวโบสถ์เกิดการทรุดโทรมและปริแตกแยกออกจากกัน สร้างความน่าหวาดกลัวต่อผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยมีลวดสลิงขึงรัดรอบตัวโบสถ์เอาไว้ พร้อมไม้และเสาปูนช่วยค้ำยันผนังกำแพงโบสถ์ด้านทิศเหนือ เพื่อไม่ให้พังถล่มหรือทรุดตัวลงมา

201610101056332-20061209114651

บริเวณมุมด้านข้างอุโบสถด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พบตุ๊กตานูนปูนแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ ทรงช้างเอราวัณ 3 เศียร พร้อมด้วยรูปเทวดาและนางฟ้า เป็นเอกลักษณ์สร้างความโดดเด่นให้กับตัวโบสถ์หลังนี้ แฝงด้วยปริศนาธรรมให้คนทั่วไป เข้ามาภายในวัดได้สร้างความดี หลังตายแล้วจะเกิดเป็นเทวดาและนางฟ้าในสวรรค์ เกิดการชำรุดเสียหาย

201610101056344-20061209114651

ภายในอุโบสถเก่าแก่หลังนี้ พบคานไม้สักวางพาดอยู่บนกำแพงพร้อมจั่วรูปสามเหลี่ยม ขึ้นโครงเป็นหลังคามุงกันแดดกันฝน โดยไม่มีเหล็กและเสาเป็นตัวช่วยยึด ลักษณะการก่อสร้างเป็นแบบภูมิปัญญาของคนโบราณ บางส่วนเกิดชำรุด ชาวบ้านหวั่นคานไม้รวมถึงจั่วสามเหลี่ยมจะพังร่วงลงมา หากมีลมกรรโชกพัดอย่างแรงเข้ามาปะทะที่บริเวณด้านบนของหลังคา ซึ่งมุงด้วยสังกะสีและเสื่อมโทรมมากแล้ว โบสถ์หลังนี้ถูกขึ้นทะเบียนกับทางกรมศิลปากรเพื่อเป็นสมบัติของชาติ ทำให้ทางวัดไม่สามารถเข้าไปพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพที่ดีกว่าปัจจุบันได้ ถึงไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ต้องการอนุรักษ์ให้กับคนรุ่นหลังได้ชมกัน

201610101056347-20061209114651

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตรวจสอบพบช่อฟ้าทำด้วยไม้สัก ใช้ติดประดับส่วนบนยอดสูงสุดของโบสถ จำนวน 2 ชิ้น ใบระกาไม้สักแกะเป็นรูปพญานาคตัวผู้และตัวเมีย ใช้ประดับติด 4 มุมของหลังคา จำนวน 4 ชิ้น ถูกเก็บรักษาที่วิหารหลวงพ่อพุ่ม เพื่อรอการซ่อมแซมโบสถ์ให้แล้วเสร็จ จึงนำมาติดประดับไว้ที่เดิม เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของโบสถ์ต่อไป

201610101056349-20061209114651

พระชาติ จตมโร พระลูกวัดคลึงคราช ดูแลรับผิดชอบโบสถ์เสื่อมโทรมหลังนี้ กล่าวว่า วัดแห่งนี้มีพระภิกษุจำพรรษา 7 รูป โบสถ์ที่เห็นสร้างในปี พ.ศ.2450 หรือเมื่อ 109 ปีที่ผ่านมา โดยหลวงพ่อพุ่มพร้อมชาวบ้านร่วมใจกันสร้างขึ้นมาตามหลักภูมิปัญญาของคนท้องถิ่นใช้ในกิจกรรมของสงฆ์ การประชุมและทำสังฆกรรมตามพระวินัย เช่น สวดพระปาติโมกข์ และอุปสมบทหรือบวชพระสงฆ์ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา นำดินจากสระน้ำในวัดมาเผาไฟเป็นอิฐแล้วก่อฐานรากและกำแพง 4 ด้านเป็นโบสถ์ นำไม้สักท่อนเหลี่ยมวางคานพร้อมขึ้นจั่วรูปสามเหลี่ยมเป็นหลังคา นำช่อฟ้า ใบระกา พระประธานและใบเสมามาประดับโบสถ์ให้สมบูรณแบบ

“พร้อมนำศิลปะล้านนาเวียงจันทร์ หลวงพระบาง มาเป็นองค์ประกอบในการสร้าง เชื่อมโยงวัฒนธรรมของชาวบ้านที่อพยพมาจากเวียงจันท์ ประเทศลาว สมัยช่วงศึกสงครามปราบกบฎเจ้าอนุวงศ์เวียงจันท์ เมื่อปีพ.ศ.2371 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวบ้านตั้งถิ่นฐานที่บ้านกองโค วังสะโม วังแดง เด่นสำโรงและหาดสองแคว สำหรับโบสถ์เก่าแก่ที่ทรุดโทรมอยู่นี้ ถูกขึ้นทะเบียนเอาไว้กับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบ และเร่งซ่อมแซมให้โดยไวที่สุด เพราะหวั่นพังทลายลงมาและหวั่นเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไปที่แวะเข้ามาท่องเที่ยวภายในวัด” พระชาติ กล่าว

พระลูกวัดคลึงคราช กล่าวด้วยว่า วัดคลึงคราชแห่งนี้ถูกผูกและเล่าเรื่องว่า ตั้งอยู่ในเมืองตาชูชก เป็นเมืองเก่าแก่และมีประวัติเชื่อมร้อยกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าในชาดกเรื่อง “พระเวสสันดร” ตามกัณฑ์ชาดกเล่าเรื่อง โดยเฉพาะกัณฑ์ชูชก 1 ใน 13 กัณฑ์ของเทศมหาชาติพระเวสสันดรชาดก ได้เอ่ยถึงวัดคลึงคราชแห่งนี้ หลวงพ่อพุ่ม เป็นพระนักเทศน์มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ มักจะเทศมหาชาติเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก ให้ประชาชนได้รับฟังบ่อย เทศน์ได้จับใจคนฟังในยุคนั้นมาก จะหาพระนักเทศน์ที่เก่งและเทียบได้ยาก ทั้งน้ำเสียงการเทศน์และการสอนธรรมะให้กับญาติโยม รู้จักละอายต่อบาปและหันหน้าเข้าวัดทำบุญ

หลวงพ่อพุ่ม เป็นเกจิรุ่นเดียวกับหวงพ่อฮวบ เจ้าอาวาสวัดสามัคยาราม อ.เมืองอุตรดิตถ์ เด่นดังด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม โดยใช้อุโบสถ์ที่สร้างมา ทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ของท่านเพื่อติดตัวไปในทุกที่หรือไว้ที่บ้าน และยังพระกรรมวาจาจารย์อุปสมบทให้กับหลวงพ่อจันทร์ โฆสโก เจ้าอาวาสวัดหาดสองแคว เจ้าของฉายาเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำน่านอีกด้วย

“เมื่อปี พ.ศ.2452 สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 10 กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาแพ เสด็จตรวจงานพระสงฆ์ที่ภาคเหนือ ได้แวะสอบถามสาระทุกข์สุขดิบหลวงพ่อพุ่มพร้อมพระลูกวัด พร้อมเดินชมตัวอุโบสถก่อสร้างด้วยฝีมือชาวบ้านตามหลักภูมิปัญญา ชมดูใบระกา พญานาคตัวผู้และตัวเมีย ประดับอยู่บนหลังคาโบสถ์ของวัดแห่งนี้ มีความแปลกแตกต่างจากวัดอื่นที่เคยพบเห็นมา เดิมหลังคามุงกระเบื้องแต่เกิดการชำรุดหลุดร่วงลงมา ด้วยไม่มีงบชาวบ้านจึงนำสังกะสีมามุงกันแดดกันฝนให้แทน” พระชาติ กล่าว

 

COMMENTS